[ApoPlay] โหมโรง เดอะ มิวสิคัล…ปฐมฤกษ์อย่างยิ่งใหญ่ของโรงละครแห่งใหม่กลางสยาม

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล   ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ   เขานั้นเหมาะคิดกบฎอัปลักษณ์
ฤๅอุบายเล่ห์ร้ายขมังนัก   มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี
อีกดวงใจย่อมดำสกปรก   ราวนรกเช่นกล่าวมานี่
ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้   เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ...”

พระราชนิพนธ์แปล ในรัชกาลที่ ๖ (จากต้นฉบับของ วิลเลี่ยม เช็กเปียร์)


สวัสดีครับเพื่อนๆ
วันนี้เปิดบล็อกมาแบบกวีเลยทีเดียว เพราะว่ากำลังอินเลยครับ ช่วงก่อนสงกรานต์ต้าได้มีโอกาสไปดูละครเวทีเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล มาครับ ถือเป็นละครเวทีสุดยิ่งใหญ่จากทางบริษัท เวิร์คพ้อยท์เอนเตอร์เทนเม้นต์ และบริษัท โต๊ะกลม ได้นำบทประพันธ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากอัตชีวประวัติจริงของหลวงประดิษฐ์ไพเราะ และเคยสร้างกระแสดนตรีไทยฟีเว่อร์ให้กลับมาบูมมาแล้วจากภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันเมื่อปี 2547 ซึ่งทุกเสียงต่างแซ่ซ้องและยอมรับในการปลุกกระแสรักชาติ จนเลือดสูบฉีดแรงทีเดียว
และในปี 2558 โหมโรง กำลังจะกลับมาในรูปแบบของละครเวทีมิวสิคัลสุดยิ่งใหญ่ ที่ปลุกกระแสความรักชาติให้กลับมาอีกครั้ง ที่สำคัญ ยังเป็นละครเวทีเรื่องแรกที่ได้ทำการแสดงใน โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ โรงละครเวทีแห่งใหม่ ใจกลางกรุงเทพอีกด้วย....


image   


เหตุการณ์เริ่มขึ้นราวพุทธศักราช 2429 ในประเทศสยาม ศร เด็กหนุ่มที่มีความผูกพันกับดนตรีไทยมาตั้งแต่เกิด ได้รับการถ่ายทอดฝีมือในการตีระนาดเอกจาก ครูสิน ผู้ซึ่งเป็นทั้งบิดาและครูสอนดนตรีไทย ผู้มีปมในชีวิต หลังการสูญเสียพี่ชายของศรผู้ซึ่งถูกนักเลงระนาดคู่ปรับฆ่า เป็นเหตุให้ครูสินตัดสินใจหยุดการสอนดนตรีไทยลง ด้วยคำเตือนสติจากหลวงพ่อ ทำให้ครูสินกลับมาสอนดนตรีไทยอีกครั้ง เพื่อไม่เป็นการปิดกั้นโอกาสและการพัฒนาพรสวรรค์ในการตีระนาดของศร ศรจึงได้รับการถ่ายทอดฝีมือตีระนาดจากบิดา และมีทิว เพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือมาตลอดเวลา
     ศร กลายเป็นดาวเด่นในเชิงระนาดเมื่อก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม ฝีมือของศรยากหาใครทัดเทียมในอัมพวา หลังจากชนะประชันครั้งแล้วครั้งเล่า ศรจึงเกิดความลำพองในฝีมือของตนเอง จนเมื่อศรเดินทางเข้ามายังบางกอก เขาพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกต่อขุนอิน ผู้มีฝีมือการเล่นระนาดในระดับสูง และมีทางระนาดที่ดุดัน ศรกลายเป็นคนที่สูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง...
     ล่วงเข้าสู่วัยชราของศร เขากลายเป็นครูดนตรีอาวุโสที่มีลูกศิษย์มากมาย ขณะที่บ้านเมืองกำลังเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงประเทศให้มีความทันสมัย และออกระเบียบควบคุมศิลปะแขนงต่างๆ รวมทั้งดนตรีไทย โดยมี พันโทวีระ นายทหารหนุ่มที่รับหน้าที่ดูแลนโยบายดังกล่าว และต้องมาเผชิญหน้ากับ ครูศร ผู้ผ่านการแพ้-ชนะมานับครั้งไม่ถ้วนในวัยหนุ่ม และกำลังเข้าสู่บั้นปลายของชีวิตในวันที่ดนตรีไทยถูกคุกคาม....

ความสนุกของละครเวทีที่ต้าว่าละครหรือภาพยนตร์ก็สู้ไม่ได้ ก็คือ ความสดนี่แหละครับ ที่ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของละครเวทีเลยทีเดียว ด้วยความยากของการแสดง ที่บอกเลยว่านักแสดงนั้น นอกจากจะต้องซักซ้อมเป็นเวลานานมากๆให้สามารถจดจำบทละครได้แล้ว ยังต้องจดจำการแสดงและอารมณ์ต่างๆและแสดงออกไปในแต่ละรอบให้สด ใหม่ และส่งพลังการแสดง ให้คนดูสามารถสัมผัสได้ถึงทุกอารมณ์ของตัวละคร
สำหรับต้า ต้ากล้าพูดได้เลยครับว่าละครเวทีเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล นั้นสามารถทำออกมาได้ดีมากๆ ทั้งเทคนิคในการแสดง แสง สี เสียง เสื้อผ้า หน้าผม รวมถึงการออกแบบองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ที่บอกได้เลยว่าเทียบชั้นกับละครเวทีในต่างประเทศได้สบายๆ ฉากต่างๆที่ดูแล้วบอกได้เลยว่าฉากนั้นปราณีตงดงามจริงๆ ยิ่งได้มาร่วมใช้กับเทคนิคต่างๆ จากการฉายภาพในจอโปรเจ็กเตอร์ เทคนิคเวทีที่สามารถหมุนได้ ยิ่งช่วยให้ละครเวทีเรื่องนี้ มีมิติและดูน่าติดตามมากขึ้นจริงๆ
ทางด้านการแสดง ส่วนตัวแล้วต้าคิดว่าเคสนักแสดงชุดนี้ เป็นดรีมทีมของละครเวทีเรื่องโหมโรงเลยครับ เพราะว่านอกจากนักแสดงทุกคนจะต้องทั้งร้อง ทั้งเต้น เล่นแสดงแล้ว นักแสดงที่จะต้องรับบทเป็นนักดนตรี ยังต้องแสดงการตีระนาดจริงอีกด้วย! ซึ่งอันนี้ต้าเซอร์ไพร์สมากจริงๆนะ แค่ต้องแสดง ต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆก็ยากจะแย่แล้ว ยังต้องแสดงดนตรีสดๆด้วย โอ้โห...คุ้มค่าอิ่มเอม และตราตรึงมากจริงๆครับ เป็นทีมนักแสดงที่ไม่ธรรมดาจริงๆ และเป็นเรื่องแรกเลยครับที่ไม่สามารถบอกได้ว่าประทับใจใครเป้นพิเศษ เพราะทุกคนทำได้แบบดีมากๆ นำแสดงโดยศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง สุประวัติ ปัทมสูต, อาร์ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ, โย่ง อาร์มแชร์, แนน สาธิดา พรหมพิริยะ ร่วมด้วยครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์, เอ๋ เชิญยิ้ม, ปอ af7, นาย The Comedian, ดวงใจ หทัยกาญจน์ และนักแสดง นักดนตรีไทย อีกคับคั่ง คือ....บอกไม่ได้จริงๆ เพราะชอบทุกคนมากๆ แม้นักแสดงบางท่านจะออกมาเพียงไม่กี่ฉาก แต่ทุกครั้งที่ออกมา เรากลับจำภาพการแสดงของเขาได้อย่างชัดเจนมากๆ สอดคล้องและรับส่งกัน จนเสริมให้ละครเรื่องนี้ดูยิ่งใหญมากๆเลยทีเดียว

...ไร้ราก ไร้แผ่นดิน... เป็นประโยคคำโปรยสั้นๆที่ใช้โปรโมตละครเวทีเรื่องนี้ แม้จะดูสั้นๆและไม่น่าจะมีอะไร แต่กลับอธิบายความลึกซึ้งของวัฒนธรรมที่ทำให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในทุกสังคม ในขณะที่เรากำลังเจริญรุ่งเรืองในทางวัตถุและเทคโนโลยี เรากลับมองสิ่งที่เคยเป็นรากเหง้ากลายเป็นของไร้ค่าและดูถูกว่าเป็นของโบราณคร่ำครึ ทั้งที่จริง วัฒนธรรมเหล่านี้ต่างสวยงามและมีคุณค่าในแบบของมัน เพราะรากเหง้าเหล่านี้ ที่ทำให้เรามีวันนี้ เพราะของโบราณเหล่านี้ที่ทำให้เราสามารถมีวันนีได้ มิใช่หรือ?.... พูดตรงๆตอนนี้มีกระแสของการใส่ชุดไทยบูมมาก หลายๆคนก็มีการออกมาแสดงความคิดเห็นกัน บ้างก็ว่าสร้างกระแสบ้าง อยากดังบ้าง หนักที่สุดก็เคยเห็นคนพูดว่าดัดจริตบ้าง ตอ-บ้าง... เอาตรงๆต้ามองนะครับว่ามันเป็นเรื่องที่ปกติมากๆกับการที่เราแต่งตัวด้วยชุดไทยๆ ผ้าไทยๆ ออกมาเดินกันตามงานเทศกาล หรือใส่ไปในโอกาสพิเศษต่างๆ ยอมรับครับว่าอาจจะแปลกตาไปบ้าง ถ้าจะเห็นสาวๆใส่ชุดไทยห่มสไบเดินพารากอน แต่เราดูแล้ว ต้าว่ามันก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอครับ หาคิดในอีกแง่มุมนึง ชุดไทย ก็คือ ชุดประชาติของเรา แล้วมันจะแปลกอะไรหากเราจะใส่ชุดประจำชาติของเราอยู่ในประเทศของเราเอง

เพื่อนๆที่อยากไปชมตอนนี้ก็สามารถจองบัตรกันได้แล้วนะครับในราคา  3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 / 1,000 บาท จองบัตรได้ที่ ThaiTicketMajor (สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี้เลยครับ)
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็ขอแถมรีวิวโรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ เก็บภาพบรรยากาศมาให้ดูสักหน่อยแล้วกันนะครับ




image

สำหรับโรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ศูนย์การค้าสยามแสควร์ วัน(Siam Square One)ครับ ซึ่งหาไม่ยากเลย ลงรถไฟฟ้าสถานีสยาม ขึ้นลิฟท์มาชั้น 7 ปัง! เจอเลยครับ




image
image
image

บรรยากาศด้านหน้าโรงละครก็ถือว่ากว้างขวาง สะดวกสบายดีครับ มีโซนสำหรับการจัดนิทรรศการและแนะนำละครเวทีเอาไว้ด้วยครับ




image
image

ด้านนี้เป็นมุมสำหรับนั่งพักทานขนมและกาแฟระหว่างรอการแสดงครับ ราคาก็ปกตินะครับ(ปกติสำหรับแถวนี้นะครับ แหะๆ)




image
image

เอาลๆ ต่อไปเราไปดูบรรยากาศแถวๆหน้าโรงละครกันบ้างครับ




image
image
image

สำหรับสูจิบัตรที่นี้ทำออกมาในรูปแบบของวารสารที่ใช้ชื่อว่า Hand ครับ ด้านในนอกจาจะมีการแนะนำข้อมูลของละครแล้วก็มีข่าวสารการแสดงต่างๆอีกด้วยครับ




image

คราวนี้ เข้าไปดูด้านในโรงละครกันบ้างดีกว่า อันนี้ต้าถ่ายจากชั้น 2 มานะครับ ส่วนตัวต้าว่าเก้าอี้นั่งสบายดีครับ แต่เก้าอี้อาจจะเอนหลังได้ไม่มาก และพื้นที่หน้าขาแอบแคบไปนิด แต่ก็โอเคนะ ไม่ได้ย่ำแย่อะไรครับ ก็ถือว่ายังนั่งสบายอยู่ครับ




image
image
image
image
image






image

ปิดฉากการแสดงเรียบร้อยแล้วครับผม ขอบอกเลยครับว่า ประทับใจมากๆถึงมากที่สุด อิ่มเอม ปลิ้มปริ่ม และเลือดรักชาติสูบฉีดแรงมาก (วิ่งไปซื้อโจงกระเบนแปบ!) เอาเป็นว่าใครที่ยังประทับใจภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง หรือว่าชอบดูละครเวทีอยู่แล้ว หรือ!...ชอบทั้ง 2 ข้อเลย เพราะฉะนั้น ห้ามพลาดละครเวทีเรื่องนี้เด็ดขาดครับ #อาโปคอนเฟิร์ม
เพื่อนๆที่สนใจอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี้เลยครับ

ความคิดเห็น