#เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด

เอาตรงๆ ตอนเป็นเด็ก(ที่โตมากับช่องเก้าการ์ตูนและทุ่งลาเวนเดอร์ข้างบ้าน) เราไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกครับว่า สิ่งที่แม่สอนมันหมายความว่าอะไร อย่างเช่น มีอันหนึ่งที่แม่สอนตอนที่เรียน .ต้น ว่า "ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามที่มีคนอื่นเกี่ยวข้อง ไว้ใจได้แต่อย่าให้ใจทั้งหมด เพราะถ้าเขาไม่เห็นค่าเมื่อไหร่ วันนั้นแหละเราจะเจ็บปวดที่สุด..." ได้ยินปุ๊บก็คิดเลย...อิหยังวะ? ไว้ใจแต่ไม่ให้ใจ? เอ้า ไว้ใจได้ แต่ไม่ต้องให้ใจมาก คืออะไรอะ? ต้องเหลือไว้เท่าไหร่? หนักที่สุดคือการถามตัวเองว่า "แล้ว "ให้ใจ" กับ "ไว้ใจ" ต่างกันเหรอ?" เอ้ออออ ให้มันได้ยังงี้สิหนา ฮ่าๆๆๆ
.

.
ก็แหม่...เด็กนี่เน้อ มันก็ขาดประสบการณ์ต่างๆ กว่าจะเติบโตขึ้นมาได้ในแต่ละวันก็ต้องผ่านบาดแผลอะไรมาเยอะแยะ อย่างที่เขาบอกแหละว่า "วัยรุ่นคือช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด" เพราะมันคือช่วงเวลาที่เรากำลังจะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากมาย จนบางครั้งเราก็รู้สึกว่ามันยากเกินไปด้วยซ้ำ แต่ยิ่งยากมากยิ่งเจ็บมาก เราก็จะได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการ์นั้นได้มากเช่นกัน
.
จริงๆ ส่วนตัวต้าก็คิดนะ ว่ามันเป็นอะไรที่มันยากมากๆ สำหรับเด็กคนนึงที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ อาจจะเป็นเพราะช่วงที่เราเป็นวัยรุ่น เราเริ่มได้อิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น เราได้เข้าสังคม เราได้เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตมากขึ้น ซึ่งในเวลาเดียวกันตัวเราเองก็ได้ค้นพบว่าชีวิตมันยากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก...เพราะไม่มีอะไรเหมือนสิ่งที่คิดไว้ในช่วงที่เราเป็นเด็ก...
.
ไม่มีอเวนเจอร์คอยคุ้มครองในชีวิตจริงทั้งๆ ที่คนร้ายอยู่ตรงหน้า...
ไม่มีโดเรม่อนคอยตะโกนเรียกให้ช่วยเวลาที่เราถูกแกล้ง...
ไม่ได้รับชัยชนะทุกครั้งจากการแข่งขันเหมือนการ์ตูนกีฬาทั้งหลาย...
ไม่มีชีวิตสุขสมหวังที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเจ้าชายเจ้าหญิงดิสนีย์...
....และมันเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก ก็ตอนที่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง...
.
เชื่อว่าผู้ใหญ่ที่เติบโตมาในปัจจุบันก็คงจะเคยผ่านเวลาแบบนี้มากันหมด ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง(ต้าเชื่ออย่างนั้นนะ) และเมื่อเราผ่านความเจ็บปวดมากๆ เข้า เราก็จะไดรับประสบการณ์และเรียนรู้จากประสบการณ์ในครั้งนั้นติดตัวเรามา ทำใ้ห้หลายๆ ครั้งที่เหล่าผู้ใหญ่ในวันนี้ มักจะยิ้มอ่อนๆ, ให้กำลังใจ(บ้างก็หัวเราะออกมา)เวลาที่เราได้ยินเรื่องราวที่ตรงกับประสบการณ์ของตัวเอง มานั่งคิดจริงๆ เราจากเราได้เรียนรู้ความจริงบางอย่างในชีวิตมันก็ทำให้เราเติบโตมากขึ้นได้เหมือนกันนะ
.
จริงๆ ที่เล่ามาก็ชวนให้นึกถึงรูปที่เคยเห็นใน Faceboojk นะครับ มันเป็นรูปของหมาป่าน้อยและหมาป่าโตเต็มวัย ซึ่งลูกหมาป่าที่มีดปักหลังมาทรุดลงกองกับพื้นด้วยสภาพร่อแร่สาหัส ในขณะที่มีหมาป่าตัวใหญ่ที่มีด,หอก,ดาบ และอาวุธหลากหลายชนิดปักหลัง ยืนนิ่งมองลูกมองตัวน้อยอย่างเป็นปกติ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะ เวลาที่น้องๆ ในวันนี้เล่าอะไรที่เขารู้สึกเจ็บปวดให้ฟัง เราก็อยากบอกอย่างนั้นเหมือนกันว่า "พี่เข้าใจไอ้น้อง พี่ผ่านเรื่องนั้นมาแล้ว"
.
ถ้าใครเคยได้ดูละครเรื่องสุดแค้นแสนรักน่าจะจำซีนหนึ่งได้ ที่ยายอ่ำ(รับบทโดยคุณจินตหรา สุขพัฒน์)สั่งสอนหลานที่พ่อกับแม่เลิกรากัน ให้เคารพพ่อแม้ว่าพ่อจะไม่ได้เลี้ยงดูมา แต่ถ้าไม่มีพ่อตัวเราเองก็คงไม่ได้เกิดมาอยู่อย่างทุกวันนี้ ให้หลานได้เห็นและเข้าใจว่าโลกมี 2 มุม ในขณะที่ย่าแย้มที่รับบท(โดยคุณรัดเกล้า อามระดิษ)สั่งสอนหลานของตนเองที่เลี้ยงดูมา ให้จงเกลียดจงชังแม่ ที่ทิ้งตัวเองไป ไม่มาดูดำดูดี ไม่ได้รักและดูแลอย่างที่ตัวเองเลี้ยงดู ใส่ความเกลียดชังที่ตัวเองมาเข้าไปในหัวของหลานโดยไม่รู้ตัว...
.
คือ ละครมันก็คือละครแหละเน้อ เป็นแค่การแสดงหรือบทบาทที่สร้างขึ้นมา แต่ต้าว่าสถานการณ์นี้มันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างได้ดีมากๆ เลย อย่างสถานการณ์ที่ต้ายกขึ้นมา เป็นสถานการณ์ที่คล้ายกันของเด็กวัยรุ่น 2 คนที่ขาดพ่อแม่ไป กลับได้รับคำสอนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งได้รับการสอนให้ใช้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์มองโลกอย่างเข้าใจ ในขณะที่คนหนึ่งกลับใส่ความคิดที่เป็นอารมณ์ส่วนตัวลงไปอย่างเต็มที่
.
ซึ่งในสถานการณ์ที่เหมือนกัน คนบางคนกลับได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์บางอย่างที่ต่างกัน มันดูเหมือนเป็นอะไรที่ดูปริศนานะครับ แต่จริงๆ แล้วธรรมดามาก ทั้งหมดทั้งมวล คือ มันเกิดจากปัจจัยที่แวดล้อมตัวเราอยู่ในขณะนั้น ล้วนๆ ดิน ฟ้า อากาศ การสั่งสอน จนถึงปฏิกิรยาจากบุคคลที่อยู่รอบตัว
.
ต้าเชื่อว่าเราทุกคนต่างเจอประสบการณ์อะไรที่แตกต่างกัน มันมีทั้งดีและร้าย ปะปนกันไป ไม่ได้สวยงามไปเสียทุกอย่างตลอด หากมองสองมุม มันคงไม่แฟร์เหมือนกันที่เราจะเอาความจงเกลียดจงชังส่วนตัวของเราถ่ายทอดให้เด็กคนนึผู้ซึ่งไม่รู้อะไรเลย แม้ปฏิกิริยาของเด็กคนนั้นอาจจะเป็นไปตามที่เราหวังในช่วงแรก แต่เดี๋ยวเวลาผ่านไปคุณจะค้นพบครับ ว่าเด็กคนนั้นเติบโตด้วยความกลัว ไม่ใช่เหตุผลแบบที่คุณเข้าใจ 
.
มาวันนี้เองต้าก็เพิ่งเข้าใจครับว่า การสอนของแม่ทำไมบางอย่างมันดูจะเป็นปริศนาธรรมเหลือเกิน(ในขณะที่บางอย่างก็ตรงทื่อๆ เชียว ฮ่าๆๆๆ) การจั่วให้เรากระตุกหรือหยุดความคิดและเปิดโอกาสให้เราได้คิดทบทวนก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกันสำหรับการแนะนำคนรุ่นต่อไป แม้จะยังไม่แก่กันมากแต่เราเคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว อยากให้ลองคิดเล่นๆ ครับว่าตอนที่เราเป็นวัยรุ่นเราเคยต้องการผู้ใหญ่แบบไหน ก็อย่าลืมเป็นผู้ใหญ่แบบที่เราอยากเจอแบบวันนั้นในวันนี้กันนะครับ ^_^
.
ส่วนน้องๆ วัยรุ่น พี่รู้นะครับว่าเหตุการณ์ที่น้องๆ บางคนกำลังประสบพบเจอกันอยู่ มันอาจจะดูยากเย็นแสนเข็ญสำหรับน้องเสียเหลือเกิน...  รู้สึกแสนสาหัส... ทำใจไมไ่ด้... ฉันทำไม่ได้....ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลอยากบอกเลยว่าเข้าใจครับเข้าใจมากๆ ด้วย ที่เราเข้าใจว่ามันยากนั้นเป็นเพราะน้องเพิ่งเจอปัญหานี้ครั้งแรก ไม่มีใครสามารถทำและผ่านมันไปได้ในครั้งแรกครั้งเดียวหรอก(ก็อาจจะมีบ้างแหละ..แต่แสดงว่าเฮงมากนะ) ประสบการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อเราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไปประสบการณ์จะสอนให้เราสามารถผ่านปัญหาชีวิตในครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น
.
แล้ววันนี้ที่ต้องอยู่กับปัญหาปัจจุบันล่ะ ทำไงดี?” ถ้าหากเจอปัญหาที่มันเกินความสามารถที่เราจะรับมือไหว พี่ว่าการเล่าให้พ่อแม่หรือคนใกล้ตัวที่ไว้ใจได้ฟังก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกันนะ พูดตรงๆ ไปเลย ถึงแม้ว่าบางอย่างเขาอาจจะช่วยเราแก้ปัญหาไม่ได้หรอก แต่การได้เล่า, ได้แบ่งปัน หรือได้แชร์ประสบการณ์ อาจจะได้รับคำแนะนำดีๆ พาเราไปค้นพบทางออกของปัญหาที่ดีกว่าก็ได้นะครับ
.
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมายืดยาวขนาดนี้ ไม่มีอะไรหรอกครับ....แค่อยากบอกกับน้องๆ ที่กำลังเป็นวัยรุ่นให้ “เข้มแข็ง” และ “เรียนรู้” ไปกับมัน สักวันน้องจะได้เจอหนทางของชีวิตที่ดีของตัวเอง
.
#สู้ๆครับ^_^
#รักนะวัยรุ่น

ความคิดเห็น